คลิปวิดีโอสัมภาษณ์อาจารย์ ปาริฉัตร อยู่ประเสริฐ
อ.ประจำวิชาขับร้องเพลงคลาสสิค และขับร้องเพลงประสานเสียง
พิธีกร : กาย อันโทนี่ กวินท์ ทง
พิธีกร : สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะครับกับผม กาย อันโทนี่ ทง ซึ่งวันนี้นะครับผมมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากๆเลยครับเกี่ยวกับการขับร้องเพลงประสานเสียง และวันนี้นะครับผมก็ได้รับเกียรติจากอาจารย์ประจำของ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิตนะครับ ที่เกี่ยวกับการร้องเพลงโดยตรงเลย ขอยินดีต้อนรับ อ.ปาริฉัตร อยู่ประประเสริฐ หรือ อ.แมวครับ สวัสดีครับ อยากให้ อ.แมวแนะนำตัวเองกับท่านผู้ชมเลยครับ
อ.แมว : สวัสดีค่ะ ชื่อ อ.ปาริฉัตร อยู่ประเสริฐนะคะ สอนร้องเพลงโซโล่ ปกติจะสอนขับร้องแบบเบสิคขับร้องทั้งแจ๊ส และคลาสสิค
พิธีกร : อยากให้อ.ช่วยเล่าถึงการขับร้องเพลงประสานเสียงหน่อยครับว่าทางคณะวิทยาลัยดนตรีของเราเนี่ยต้องเตรียมตัวยังไงบ้างถึงจะเข้ามาเรียนการขับร้องเพลงประสานเสียงได้
อ.แมว : เป็นวิชาบังคับอยู่แล้วค่ะ
พิธีกร : แต่การเตรียมตัวที่จะเข้ามาเรียนได้ที่คือยังไงอ่ะครับ
อ.แมว : ก็คือตอนนี้จะแบ่งเป็นสองวงแล้วค่ะ เมื่อก่อนจะเรียนรวมกันแต่จะค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเด็กที่อ่านโน้ตเป็น กับอ่านโน้ตไม่เป็น หรือว่าเด็กที่มีพื้นฐานร้องดีกับไม่ดีมาปนกัน ตอนนี้แบ่งเป็นสองวง คือเป็นเด็กเอกร้องโดยเฉพาะอยู่วงนีง แล้วก็เด็กภาคอื่นที่อาจจะอ่านโน้ตไม่คล่องแล้วก็ร้องไม่ค่อยดี ไม่อยากใช้คำว่าร้องไม่ดี ไม่มีพื้นฐานทางด้านร้องเพลงอยู่อีกวงนึง
พิธีกร : อ๋อ คือส่วนใหญ่ที่เข้ามาเรียนเนี่ยไม่จำเป็นต้องมีเบสิคทางด้านร้องเข้ามาเรียนก็ได้หรอครับ
อ.แมว : ได้ค่ะ
พิธีกร : อ๋อ เหมือนกับว่าถ้าเป็นนักดนตรีวิชาอื่นเนี่ยมันก็เหมือนกับว่าเป็นวิชาที่จำเป็นจะต้องเรียน เพื่อเป็นการฝึกโสตทักษะไปในตัวด้วยรึเปล่าครับ
อ.แมว : ฝึกให้ได้ยินฮาร์โมนี่ ให้ได้ยินเสียงประสาน
พิธีกร : ครับ อยากจะถามอ.หน่อยอ่ะครับว่าการสร้างเสียงให้กับนักร้องประสานเสียงนี่ต้องทำยังไงบ้างหรอครับมีวิธีการยังไงบ้าง
อ.แมว : ก็จริงๆมันก็แล้วแต่ความชอบของคอนดัคเตอร์แต่ละคนค่ะ บางคนก็อาจจะชอบเสียงแบบพุ่งๆพลังๆ เคยเจอใช่มั้ยคะอย่างอ.ไมเคิล ก็จะเน้นพลังเสียง ส่วนอีกแบบก็จะแบบว่าไม่ได้ต้องเบลนนะต้องเน้นกลมไว้ก่อนให้งาม แต่มันก็แล้วแต่สไตล์เพลงด้วย ถ้าอย่างอ.บางท่านเค้าจะชอบเพลงโบสถ์แบบผิวดำก็ชะชอบอีกแบบนึง แต่ก็แล้วแต่ว่ารสนิยมของแต่ละคนเป็นยังไง
พิธีกร : เวลาที่จะมีคนออดิชั่นเข้ามาเป็นหนึ่งในนักร้องประสานเสียงอ่ะครับ ทุกคนจะมีช่วงเสียงที่แตกต่างกันใช่มั้ยครับ อยากให้อ.แมวช่วยอธิบายถึงช่วงเสียงแต่ละประเภทหน่อยครับ
อ.แมว : ถ้าแบ่งคร่าวๆก็โซปราโน่คือเสียงสูงที่สุด อัลโต้คือผู้หญิงเสียงต่ำ แล้วก็เทรนเนอร์ผู้ชายเสียงสูง บาริโทนผู้ชายเสียงกลาง แล้วก็เบสคือผู้ชายเสียงต่ำ แต่ว่าวิธีแบ่งก็แล้วแต่คอรัลคอนดัคเตอร์อีกอะ บางคนเค้าแบ่งตามเรนจ์ แต่บางคนเค้าแบ่งตามน้ำหนักเสียง แบบบางคนสามารถร้องได้สูงแต่ว่าเนื้อเสียงหนาก็อาจจะโดนจับมาเป็นอัลโต้ สำหรับผู้หญิง แต่ถ้าเป็นผู้ชายร้องสูงแต่เสียงหนักๆก็อาจจะโดนจับไปเป็นเบส แต่ว่าบางคนเค้าอาจจะแบ่งตามเรนจ์ว่าเค้าอยากได้ไฮโน้ตหนักๆเนี่ยอาจจะจับคนเสียงหนักที่สามารถร้องเสียงสูงไปอยู่โซปราโน่ หรือไปอยู่เทนเนอร์
พิธีกร : ซึ่งก็จะมีการเทียบคีย์ของแต่ละคนก่อนเข้ามาฝึกก่อนรึเปล่าครับ
อ.แมว : ใช่ เวลาเลือกก็คนสอนก็จะต้องฟังทุกคนเลยฟังเสียงทุกคนตอนออดิชั่นเข้าวง เพราะเค้าจะได้เลือกว่าควรจะเอาใครไปอยู่ตรงไหน
พิธีกร : อ๋อ ครับ แล้วเวลาเราเรียนเนี่ยครับก่อนที่จะมาโชว์ กว่าจะสำเร็จออกมาได้ซักเพลงนึงระยะเวลาในการฝึกซ้อมเนี่ยใช้เวลาประมาณแค่ไหนหรอครับ
อ.แมว : จริงๆมันก็แล้วแต่ความสามารถของนักร้องในวง แล้วก็ความสามารถของคอนดัคเตอร์เองด้วยว่ามีความสามารถจะประกอบวงได้เร็วแค่ไหน แล้วก็ในวงเดียวกันคอนดัคเตอร์บางคนอาจจะสามารถทำให้นักร้องร้องออกมาได้ภายในการซ้อมครั้งเดียว บางคนอาจจะปรับเป็นเดือนยังไม่ได้เลย แล้วก็แล้วแต่วงด้วยเพราะถ้านักร้องในวงฉลาดก็จะเร็ว ก็คือทั้งสองฝ่ายทั้งคอนดัคเตอร์และนักร้อง
พิธีกร : หืม แต่ถ้ายกตัวอย่างของวิทยาลัยเราเนี่ยไม่ใช่มีแค่นักร้องมาร้อง เพราะว่าจะต้องมีนักเปียโน มือกีร์ต้าของเครื่องดนตรีอื่นๆมาร่วมร้องด้วยก็น่าจะใช้เวลา
อ.แมว : มันก็จะทำให้นานขึ้นพวกที่ไม่รู้มาก่อนว่าการร้องประสานเสียงคืออะไรอย่างนี้ ก็จะแบบนี่ชั้นทำอะไรอยู่ อยู่เป็นเดือนจนแบบ อ๋อ มันคืออย่างนี้ บางเพลงที่เรียนในหนึ่งเทอมยังงี้ ตอนครูอยู่อเมริการ้องที่โบสถ์คือเค้าซ้อมครั้งเดียวผ่านเลย แล้วก็วันอาทิตย์ร้องในโบสถ์เลย ซ้อมอาทิตย์ละครั้งเพลงใหม่ซ้อมวันเดียวแล้ววันอาทิตย์ก็ร้องนมัสการในโบสถ์ ของเราเรียนเป็นเดือน คือที่นั่นเค้าชินอยู่แล้วไงเค้าชิยว่าเสียงแบบนี้เมโลดี้แบบนี้อะไรอย่างนี้
พิธีกร : อยากให้อ.แมวช่วยเล่าตอนที่เรียนประสานเสียงที่อเมริกาให้ฟังหน่อยได้ป่ะครับ
อ.แมว : ก็ ไม่ได้เรียนร้องเพลงประสานเสียงโดยตรงแต่ว่าเป็นคนชอบร้องประสานเสียง เลยไปขอเค้า
ซิทอินสามวงแล้วก็ร้องในโบสถ์ด้วย
พิธีกร : อ๋อ ครับก็เหมือนกับว่าเป็นการฝึกไปในตัว พอกลับมาที่นี่ก็สามารถช่วยสอนได้นะครับ ตอนนี้เราก็ได้ทราบไปหลายเรื่องแล้วนะครับ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าเวลาเราเรียนเพลงเนี่ยเราต้องเรียนกันยังไงมีภาษาอะไรบ้างแบบนี้อ่ะครับ
อ.แมว : จริงๆก็อย่างที่บอก มันก็แล้วแต่รสนิยมของคอรัลคอนดัคเตอร์แต่ละคน แต่ส่วนใหญ่มันก็จะมีเบสิคที่เค้าทำกันอยู่ก็คือจะมีเพลงคลาสสิคแน่ๆ แบบพวกโมสาร์ทอะไรแบบนี้ ถ้าบาร์คอาจจะยากไป แบบพวกคลาสสิคโมสาร์ท บราห์มอะไรแบบนี้บ้าง แล้วก็มีเพลงประจำชาติเพลงไทยอะไรแบบนี้
พิธีกร : อ๋อ ก็อย่างคณะเราก็จะมีเพลงของมหาลัย เพลงมาร์ชอะไรแบบนี้ใช่ป่ะครับ
อ.แมว : ใช่ อาจจะมีเพลงแบบเพลงประจำชาติเลยเอาไว้โชว์ต่างชาติ สมมุติว่าเราทำวงจะไปโชว์เพลงที่มีแน่ๆคือเพลงของชาติตัวเองที่ไม่ใช่เพลงมหาลัย เพลงไตล์ประมาณนี้แล้วก็ที่มีแน่ๆคือเพลงป๊อบสไตล์ฝรั่ง
พิธีกร : แล้วอย่างเวลาคนเค้าร้องกันเนี่ยท่าทางในการยืน ท่าทางในการออกเสียงนี่เป็นยังไงหรอครับช่วยสอนผมหน่อยครับ
------------หลังจากนี้เป็นการสาธิตวิธีการยืน และการออกเสียง การถือแฟ้ม และการหายใจ-------------
พิธีกร : อยากจะให้อ.แมวลองพูดถึงประโยชน์ที่ได้จากการเรียนร้องเพลงประสานเสียงหน่อยอ่ะครับว่าเราได้อะไรบ้าง
อ.แมว : ก็อย่างแรกเลยเป็นการฝึกหู คือแบบเราต้องร้องกับเสียงคนอื่นเพราะมันต้องเข้าหากันด้วย และเป็นการฝึกแสดงในที่สาธารณะ บางคนแค่ขึ้นไปทั้งกลุ่มเค้าก็สั่นก็ไม่ไหวกันละแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วก็ฝึกทำงานร่วมกัน แล้วก็เป็นการคลายเครียดด้วย
พิธีกร : โอเคครับ สำหรับวันนี้นะครับเราก็ได้รู้กันไปพอสมควรแล้วครับสำหรับประโยชน์ของการเรียนการขับร้องเพลงประสานเสียงแล้วก็วิธีการหายใจการร้องเพลงเบสิคเริ่มต้นนะครับสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเรียนการขับร้องเพลงประสานเสียงสำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณมากนะครับกับ อ.แมว หรืออ.ปาริฉัตร อยู่ประเสริฐ ขอบคุณครับ สำหรับวันนี้ผมกาย อันโทนี่ ทง ขอลาไปก่อนสวัสดีครับ
พิธีกร : อยากให้อ.แมวช่วยเล่าตอนที่เรียนประสานเสียงที่อเมริกาให้ฟังหน่อยได้ป่ะครับ
อ.แมว : ก็ ไม่ได้เรียนร้องเพลงประสานเสียงโดยตรงแต่ว่าเป็นคนชอบร้องประสานเสียง เลยไปขอเค้า
ซิทอินสามวงแล้วก็ร้องในโบสถ์ด้วย
พิธีกร : อ๋อ ครับก็เหมือนกับว่าเป็นการฝึกไปในตัว พอกลับมาที่นี่ก็สามารถช่วยสอนได้นะครับ ตอนนี้เราก็ได้ทราบไปหลายเรื่องแล้วนะครับ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าเวลาเราเรียนเพลงเนี่ยเราต้องเรียนกันยังไงมีภาษาอะไรบ้างแบบนี้อ่ะครับ
อ.แมว : จริงๆก็อย่างที่บอก มันก็แล้วแต่รสนิยมของคอรัลคอนดัคเตอร์แต่ละคน แต่ส่วนใหญ่มันก็จะมีเบสิคที่เค้าทำกันอยู่ก็คือจะมีเพลงคลาสสิคแน่ๆ แบบพวกโมสาร์ทอะไรแบบนี้ ถ้าบาร์คอาจจะยากไป แบบพวกคลาสสิคโมสาร์ท บราห์มอะไรแบบนี้บ้าง แล้วก็มีเพลงประจำชาติเพลงไทยอะไรแบบนี้
พิธีกร : อ๋อ ก็อย่างคณะเราก็จะมีเพลงของมหาลัย เพลงมาร์ชอะไรแบบนี้ใช่ป่ะครับ
อ.แมว : ใช่ อาจจะมีเพลงแบบเพลงประจำชาติเลยเอาไว้โชว์ต่างชาติ สมมุติว่าเราทำวงจะไปโชว์เพลงที่มีแน่ๆคือเพลงของชาติตัวเองที่ไม่ใช่เพลงมหาลัย เพลงไตล์ประมาณนี้แล้วก็ที่มีแน่ๆคือเพลงป๊อบสไตล์ฝรั่ง
พิธีกร : แล้วอย่างเวลาคนเค้าร้องกันเนี่ยท่าทางในการยืน ท่าทางในการออกเสียงนี่เป็นยังไงหรอครับช่วยสอนผมหน่อยครับ
------------หลังจากนี้เป็นการสาธิตวิธีการยืน และการออกเสียง การถือแฟ้ม และการหายใจ-------------
พิธีกร : อยากจะให้อ.แมวลองพูดถึงประโยชน์ที่ได้จากการเรียนร้องเพลงประสานเสียงหน่อยอ่ะครับว่าเราได้อะไรบ้าง
อ.แมว : ก็อย่างแรกเลยเป็นการฝึกหู คือแบบเราต้องร้องกับเสียงคนอื่นเพราะมันต้องเข้าหากันด้วย และเป็นการฝึกแสดงในที่สาธารณะ บางคนแค่ขึ้นไปทั้งกลุ่มเค้าก็สั่นก็ไม่ไหวกันละแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วก็ฝึกทำงานร่วมกัน แล้วก็เป็นการคลายเครียดด้วย
พิธีกร : โอเคครับ สำหรับวันนี้นะครับเราก็ได้รู้กันไปพอสมควรแล้วครับสำหรับประโยชน์ของการเรียนการขับร้องเพลงประสานเสียงแล้วก็วิธีการหายใจการร้องเพลงเบสิคเริ่มต้นนะครับสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเรียนการขับร้องเพลงประสานเสียงสำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณมากนะครับกับ อ.แมว หรืออ.ปาริฉัตร อยู่ประเสริฐ ขอบคุณครับ สำหรับวันนี้ผมกาย อันโทนี่ ทง ขอลาไปก่อนสวัสดีครับ
สวัสดีครับ ผม ครูวิสาร สุทธิสว่าง โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ขออนุญาตนำบทสัมภาษณ์ ไปเผยแพร่ต่อเพื่อเป็นประโยชน์ทางการศึกษาต่อไปครับ
ตอบลบ